Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

ข้อคิดวันอาทิตย์ โดย คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
"ครอบครัวตัวอย่าง" 

บทเทศน์วันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

ก. ความสำคัญ
        1. ในอาทิตย์สุดท้ายของปี 2018 นี้ เราเฉลิมฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า .ในโอกาสนี้ให้เราได้ถวายครอบครัวของเราเองและสมาชิกทุกคนไว้บนพระแท่นเพื่อวอนขอพระพรและแนวทางในการดำเนินชีวิตครอบครัวของเรา

ข.พระคัมภีร์และคำสอน
        1. บทอ่านที่หนึ่ง (1ซมอ 1:20-22,24-28) นำมาจากหนังสือซามูแอลฉบับที่หนึ่งที่ได้เล่าถึงเอลคานาห์และนงฮันนาห์ได้ถวายซามูแอลบุตรของพวกเขาในพระวิหาร เพื่อให้เป็นผู้รับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าและอยู่ในพระวิหารภายใต้การดูแลของพระสงฆ์ชื่อเอลี  
       2. บทสดุดี (สดด 128) เตือนเราว่าครอบครัวที่มีความสุขคือครอบครัวที่มีความซื่อสัตย์ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
       3. บทอ่านที่สอง (1ยน 3:1-2; 21-24) น.ยอห์นเตือนเราว่าในฐานะที่เป็นบุตรของพระเจ้า เราก็เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า และเราได้รับการคาดหวังว่าเราจะปฏิบัติพระบัญญัติที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ว่า “ให้เรารักกัน” เพื่อให้เรายังคงความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้าในองค์พระจิตเจ้า
       4. พระวรสาร (ลก 2:41-52) น.ลูกาได้สรุปวัยเด็กของพระเยซูเจ้าด้วยเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในพระวิหารในขณะที่มีพระชนม์อายุได้ 12 ปี ทรงประทับอยู่กับบรรดาอาจารย์เพื่อเรียนรู้คำสอนของศาสนาและเทววิทยา ทรงตั้งคำถามเพื่อเรียนรู้กฎหมายของโมเสส และที่สุดเมื่อพระแม่มารีย์และ น.โยเซฟมาพบพระองค์หลังจากที่ได้ออกติดตามด้วยความกระวนกระวายใจตลอดสามวันสามคืน พระเยซูทรงอธิบายท่านทั้งสองว่า “ลูกต้องอยู่ในบ้านของพระบิดาของลูก” ที่สุดพระวรสารสรุปตลอด 18 ปีในชีวิตของพระเยซูว่าทรงกลับไปอยู่ที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดาและเชื่อฟังท่านทั้งสอง ทรงเจริญวัยขึ้นทั้งในพระปรีชาญาณ พระชนมายุ และพระหรรษทานเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้ามนุษย์

ค. ปฏิบัติ     
     1. “เรียนรู้แบบอย่างจากครอบครัวศักดิ์สิทธิ์” : พระศาสนจักรสนับสนุนให้เราศึกษาครอบครัวของพระเยซู มารีย์และโยเซฟ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ แบบอย่างและกำลังใจ ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นครอบครัวแบบอย่างที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต่างทำงานหนัก ช่วยเหลือ เข้าใจและยอมรับกันและกัน ดูแลบุตรอย่างดีเพื่อให้เติบโตไม่เพียงแต่ความรู้ด้านมนุษย์แต่ยังในฐานะพระบุตรของพระเจ้าด้วย
    2. “สร้างบรรยากาศห้องสารภาพบาปมากกว่าห้องพิจารณาคดี” ถ้าสามีหรือภรรยาทำตัวเองเหมือนกำลังขึ้นศาลโดยพยายามถกเถียงหาข้อโต้แย้งทางกฎหมายเพื่อหักล้างเอาชนะกัน อย่างนี้ย่อมไม่มีความสุข และไม่มีใครชนะ แต่ถ้ามีบรรยากาศของห้องสารภาพบาป นั้นคือทั้งสามีและภรรยาต่างพร้อมที่จะยอมรับความผิดและพยายามปรับปรุงตนเอง ครอบครัวก็จะเป็นเหมือนสวรรค์ ณ แผ่นดิน
   3.  “พิจารณามโนธรรม” บิดามารดาจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบมโนธรรมของตนเองว่าได้ทำหน้าที่ของตนเองในการอบรมเลี้ยงดูบุตรในฐานะที่เป็นของขวัญจากพระเจ้าอย่างดีหรือไม่ ให้เราภาวนาเพื่อบิดามารดาที่ยังหนุ่มสาวเพื่อให้พวกเขามีความเพียรและฉลาดรอบคอบในการอบรมเลี้ยงดูบุตรของตน และภาวนาวอนขอให้ทุกครอบครัวจะได้มีความสุข อยู่ในศีลในพรของพระเจ้าตลอดปีใหม่นี้