Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

"ให้อภัยใจสบาย" ข่าวดีสัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
"ให้อภัย...ใจสบาย"

ข่าวดีสัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

(วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2020)

ก.ความสำคัญ
    1. ข่าวดีในวันนี้สอนเราให้ “ให้อภัย” บุคคลที่ทำร้ายเราและหาทางที่จะ “คืนดี” กัน บทอ่านทั้งสามเตือนเราถึงแนวทางการให้อภัยกัน ความเมตตาต่อกัน การคืนดีต่อกัน ข่าวดีประจำวันอาทิตย์นี้จึงเชิญชวนให้เราได้กระทำในสิ่งที่ยากลำบาก แต่อาศัยการภาวนาและความช่วยเหลือจากพระจิตเจ้าจะช่วยให้เราสามารถทำสิ่งที่ยากเป็นสิ่งที่ง่ายได้

ข.พระคัมภีร์และคำสอน     
   
1. บทอ่านที่หนึ่ง (บสร. 27:30-28:7) หนังสือบุตรสิราเตือนใจเราว่าถ้าเราไม่เยียวยา ให้อภัย และเมตตาต่อกัน เราก็ไม่มีทางที่จะได้รับรางวัลจากพระเจ้า เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดที่จะเก็บความเครียดแค้นแต่ชาญฉลาดที่จะให้อภัย เพราะชีวิตเราไม่ยืนยาวและการตัดสินเพื่อเข้ารับรางวัลในสวรรค์นิรันดรนั้นขึ้นอยู่กับ การให้อภัย การคืนดีกัน ความรัก ความเมตตา เป็นต้นกับบุคคลที่ทำให้เราเจ็บ

    2.บทสดุดี (สดด. 103) เราร้องว่า “พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรักและเมตตาสงสาร”  

    3.บทอ่านที่สอง (รม. 14:7-9) นักบุญเปาโลเตือนใจเราว่าเราต้องให้อภัยผู้อื่นเพราะเราเป็นคนของพระเยซูคริสต์ พระเจ้าที่ให้แบบอย่างแห่งการให้อภัยที่ยิ่งใหญ่ ทรงให้อภัยให้กับคนที่ฆ่าพระองค์ และทรงสอนเราให้ยกโทษผู้อื่นเช่นเดียวกัน เพราะเราต่างเป็นพี่น้องกันในครอบครัวของพระเจ้า และการให้อภัยทำให้ใจของเราสบาย

    4.พระวรสาร (มธ. 20:1-16) วันนี้พระเยซูทรงสอนโดยใช้การเล่าเรื่องเปรียบเทียบเรื่องถึงลูกหนี้ ซึ่งต้องการที่จะบอกเราว่าเราต้องให้อภัยกันและกันอย่างไม่จำกัดและไม่มีเงื่อนไข เราแต่ละคนเป็นลูกหนี้เพราะเราทำบาปทุกวัน เราต้องการให้พระเจ้ายกโทษให้เราทุกวัน แต่เราต้องยกโทษให้ผู้อื่นก่อน เราจึงจะได้รับการอภัยเช่นกัน

 

ค.ปฏิบัติ     

   1. “ให้อภัย ใจสบาย” เราต้อง ยกโทษ ไม่จดจำ และกลับไปคืนดีกัน นี่เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับชีวิตของเราเพราะชีวิตสั้น ๆ ของเราจะจบลง แต่รางวัลในสวรรค์ยิ่งใหญ่กว่ามาก คือ ความสุขนิจนิรันดร์ เราต้องเปิดใจของเราให้กว้างที่จะให้ความเครียดแค้นและโกรธออกจากจิตใจของเรา เพราะยิ่งเครียดยิ่งโกรธยิ่งแค้นก็ยิ่งทุกข์ แต่ถ้าเรายกเรื่องร้ายเหล่านี้ออกไป ใจก็สบาย

    2. “สวดและปฏิบัติ” เราสวดบทข้าแต่พระบิดา “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น” สิ่งที่พระเจ้าปรารถนาคือประทานพรให้เราสามารถทำในเรื่องที่ยากได้ เราต้องให้อภัยก่อนจึงจะได้รับการอภัย สวดและต้องทำตาม นอกจากนั้นขอให้เราสวดเพื่อคนที่ไม่ถูกกับเราหรือทำร้ายเรา และหาทางคืนดีกัน คำภาวนาสั้นที่ควรภาวนาเพื่อจะได้ให้อภัยผู้อื่นคือ “ข้าแต่พระเจ้าโปรดให้ดวงใจของลูกละม้ายคล้ายดวงใจของพระองค์”

    3. “ยกโทษเจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง” หมายถึงการยกโทษให้อย่างไม่จำกัดครั้ง ในอีกความคิดหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงอภัยให้คนที่ทำร้ายเราเจ็ดครั้งเจ็ดเหตุการณ์ แต่อาจจะเป็นเพียงเหตุการณ์เดียว เมื่อเราต้องพบเจอคน ๆ นี้ทุกครั้งเราก็รู้สึกแค้นทุกครั้งไป ดังนั้นเราจึงต้องให้อภัยคน ๆ นั้นทุกครั้งที่พบเจอ โดยไม่จำนวนครั้ง แรก ๆ อาจจะยังมีอะไรที่ขัดข้องใจ แต่เมื่อยกโทษให้ทุก ๆ ครั้งที่พบเจอหน้ากัน ต่อไปก็จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ตลอดไป