"เป็นหนึ่งเดียวในพระคริสตเจ้า รวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจ"
"เป็นหนึ่งเดียวในพระคริสตเจ้า รวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจ"
ข่าวดีวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026

 

ก.ความสำคัญ
           1.วันแพร่ธรรมสากลซึ่งตรงกับวันอาทิตย์รองสุดท้ายเดือนตุลาคมของทุกปี ในปีนี้ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม 2026 ในปีนี้เองเป็นโอกาสพิเศษที่ครบรอบ 100 ปีของการสถาปนาวันแพร่ธรรมสากล กล่าวคือในปี 1926 พระสันตะปาปา ปีโอ 11 ได้สถาปนาวันแพร่ธรรมสากลนี้เป็นวันที่พวกเราคริสตชนร่วมกันรณรงค์และสนับสนุนงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสําหรับประเทศที่ศาสนจักรกําลังเริ่มต้น หรือมีความยากลําบากในการแพร่ธรรม ปีนี้พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงใช้หัวเรื่องว่า "เป็นหนึ่งเดียวในพระคริสต์รวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจ" One in Christ, United in Mission.

           2.ในวันแพร่ธรรมสากลพระศาสนจักรให้เราร่วมมือกันสนับสนุนการแพร่ธรรม ทั่วโลกเพื่อพระศาสนจักรท้องถิ่น เช่น การสร้างวัด สร้างโรงพยาบาล สร้างศูนย์ช่วยเหลือ สร้างโรงเรียนรวมทั้งการสร้างบ้านเณรในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกที่ต้องการความช่วยเหลือ วันแพร่ธรรมสากลจึงเป็นโอกาสให้เราแสดงความรักความร่วมมือแก่บรรดาพี่น้องชายหญิงที่อยู่ห่างไกล เราร่วมกันสวดภาวนาขอให้งานแพร่ธรรมในทุกๆ แห่งได้รับการสนับสนุนและเผยแพร่ข่าวดีไปทั่วโลก ด้วยการบริจาคเงิน การสวดภาวนาและเป็น กําลังใจให้แก่กันและกัน โดยผ่านทางสี่สมณองค์กรที่เป็นตัวแทนในการแจกจ่าย ความช่วยเหลือ 1. สมณองค์กรเผยแพร่ความเชื่อ 2. สมณองค์กรยุวธรรมทูต 3. สมณองค์กร นักบุญเปโตรอัครสาวก และ 4. สมณองค์กรสหพันธ์ธรรมทูต สงฆ์และนักบวช คําภาวนาและเงินถุงทานในวันแพร่ธรรมสากลนี้จะรวบรวมส่งไปสนับสนุนงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรสากล

           3. เงินถวายถูกนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น ทุนการศึกษาเด็กยากจนมากกว่า 1,200 โรงเรียน คลินิกผู้ป่วยยากจนและคนใกล้ตาย 9,000 แห่ง การฝึกอบรมนักบวชชายหญิง 9,000 คน ที่พักและอาหารให้เด็กกำพร้า 10,000 คน สามเณรเล็ก กลาง ใหญ่ 30,000 คน นอกจากนั้นยังมี ยานพาหนะ จักรยาน มอเตอร์ไซค์ เพื่อการแพร่ธรรม บ้านพัก ศาลาพักศพ สำนักงานสังฆมณฑลที่จัดตั้งใหม่ ครูคำสอน สื่อสารมวลชน ฯลฯ สำหรับประเทศไทย ทุกสังฆมณฑลก็ได้รับการสนับสนุนเพื่องานแพร่ธรรมด้วยเช่นเดียวกัน

 

ข.พระคัมภีร์และคำสอน
           1.บทอ่านที่หนึ่ง (อสย. 56:1,6-7) ประกาศกอิสยาห์ได้ทำหน้าที่นำสารของพระเจ้ามาประกาศให้ชาวอิสราเอลและคนต่างชาติได้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อจะได้เป็นคนชอบธรรม เป็นต้นในเรื่องของการอธิษฐานภาวนา

           2.บทสดุดี (สดด. 67) บทเชิญชวนให้นานาชาติได้ มารู้จักและรับความรอดพ้นจากบาป

           3.บทอ่านที่สอง (กจ. 13:46-49) นักบุญเปาโลและบารนาบัสได้อธิบายสาเหตุที่ต้องออกไปประกาศข่าวดีแก่คนต่างชาติ ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ ชาวยิวปฏิเสธที่จะยอมรับ และเพื่อสนองตอบพระบัญชาที่ให้สานุศิษย์นำความรอดไปจนสุดปลายแผ่นดิน

           4.พระวรสาร (มธ. 28:16-20) หลังจากพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพและก่อนจะเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ทรงมอบพระบัญชาที่ยิ่งใหญ่ให้เราทุกคน คือ “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติ...” ถ้อยคำนี้เป็นมรดกที่เราทุกคนจะต้องตอบรับ “ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ โปรดส่งข้าพเจ้าไปเถิด”

           5. สาส์นวันแพร่ธรรมสากลประจำปีนี้ (2026) ซึ่งถือเป็นวาระครบรอบหนึ่งร้อยปีของการเฉลิมฉลองที่สมเด็จ พระสันตะปาปา ปีอุส ที่ 11 ทรงสถาปนาวันแพร่ธรรมสากลขึ้น และมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อพระศาสนจักร พระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ได้เลือกหัวข้อว่า “เป็นหนึ่งเดียวในพระคริสตเจ้า รวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจ” สืบเนื่องจาก ปีศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านมา พระองค์ปรารถนาที่จะสนับสนุนให้ทั้งพระศาสนจักรทั้งมวลก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งพันธกิจด้วยความปีติยินดีและด้วยความกระตือรือร้นในพระจิตเจ้า สิ่งนี้เรียกร้องหัวใจทุกดวงที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ในพระคริสตเจ้า ชุมชนที่คืนดีกัน และความเต็มใจที่จะร่วมมือกันด้วยความใจกว้างและความไว้วางใจของทุกคน

               ในขณะที่เราไตร่ตรองถึงความเป็นหนึ่งเดียวในพระคริสตเจ้าและรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจ ขอให้เราเปิดรับพระหรรษทานของพระเจ้าให้ทรงนําทางและดลใจเรา “เพื่อฟื้นฟูไฟแห่งกระแสเรียกของการเป็นธรรมทูตในตัวเรา” และก้าวไปข้างหน้าด้วยกันในความมุ่งมั่นที่จะประกาศข่าวดีใน“ยุคใหม่แห่งธรรมทูต” นี้ในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักร

 

ค.ปฏิบัติ

             1. “ภาวนา” ให้เราอุทิศบุญกุศลจากมิสซาและคำภาวนาในวันนี้เพื่องานแพร่ธรรมทั้งในระดับวัดของเรา ประเทศของเราและ ทั่วโลก และก่อนนอนขอให้อุทิศการสวดวันทามารีย์ 1 บท เพื่องานแพร่ธรรมสากล
             2. “ถวายเงิน” ในพิธีมิสซา หรือ ใส่ซองพิเศษเพื่อสนับสนุนงานแพร่ธรรมโดยสังฆมณฆลจะได้รวบรวมส่งไปยังสันตะสำนัก
             3. “สมัครเข้าเป็นสมาชิกฆราวาสแพร่ธรรม” ในองค์กรใดองค์หนึ่งของวัดและสังฆมณฑล